สารบัญ

ตุ๊กตาหมีโลกใบเล็ก

ตุ๊กตาหมี โลกใบเล็ก
โฟร์แบร์-กับตุ๊กตาหมีโลกใบเล็กที่เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน

Share

?

Four Bears ......... เมล็ดพันธุ์งานอดิเรก

กรุงเทพธุรกิจ SMEs, 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2550
คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่

เมล็ดพันธุ์จากงานอดิเรก พรสวรรค์ด้านประดิดประดอยของครอบครัว "จิรโสภณ" ที่บ่มเพาะผ่านความรัก ได้กลายเป็นธุรกิจหลักไปอย่างงดงาม

?

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ย้อนกลับไปในอดีต เราจะเห็นธุรกิจมากมายที่เกิดขึ้นหลังวิกฤติเศรษฐกิจ ช่วงเวลาที่ทุกคนเลือกมองหา "อาชีพที่สอง" มาจุนเจือรายได้หลัก บ่อยครั้งที่พลิกกลับเป็นธุรกิจหลักของครอบครัวได้ แต่จะทำให้งาน "นอกเวลา" กลายมาเป็นตัวจริงคงไม่ง่ายนัก เพราะความสำเร็จ ต้องพิสูจน์ด้วยพลังของความทุ่มเทที่มากมายทวีคูณ

?

เช่นเดียวกับวิถีของครอบครัว "จิรโสภณ" ผู้ขับเคลื่อนงานอดิเรกระหว่างเลี้ยงลูกให้กลายมาเป็นธุรกิจหลักได้อย่างน่าสนใจ

?

"พลากร จิรโสภณ" ผู้ก่อตั้งธุรกิจตุ๊กตาหมีแบรนด์ Four Bears เปิดกรุตุ๊กตาหมีสัญชาติไทย อวดโชว์ผลงานที่พวกเขาได้สร้างสรรค์ไว้หลายร้อยรายการ

?

นอกเหนือจากตุ๊กตาหมีแต่งตัวเหมือนมนุษย์ ที่น่ารักน่าเอ็นดู เรายังเห็นสินค้าพรีเมียมที่หน่วยงานต่างๆ แวะมาใช้บริการมากมาย อาทิเช่น Microsoft-Synnex, กสิกรไทย, Nok Air, ที่นี่ดอทคอม, Internet Thailand, ธนาคารธนชาต, BMW, โรงพยาบาลศิครินทร์ และตุ๊กตาหมีเพื่อแฟนคลับ ของ "ต้าร์" สักกทัศน์ กุลไพศาล แห่งบ้านอคาเดมี แฟนทาเซีย

?

กว่าจะมาเป็นผลงานสร้างชื่อ "พลากร" ย้อนเล่าให้ฟังว่า ที่ผ่านมารายได้หลักของครอบครัว จะมาจากงานประจำที่เขาทำอยู่ และรายได้จากร้านตัดเย็บเสื้อผ้าของภรรยา ที่มีบูธอยู่ในห้างสรรพสินค้าถึง 3-4 สาขา และรับจ้างผลิตให้กับแบรนด์ดังอีกหลายราย

?

จนเมื่อธุรกิจเสื้อผ้าเริ่มประสบปัญหา เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจ ที่คนเริ่มตัดเสื้อผ้าน้อยลง หันมาใช้เสื้อผ้าสำเร็จรูปมากขึ้น รวมไปถึงสิ่งทอราคาถูกจากต่างประเทศที่เข้ามาตีตลาด สุดท้ายจึงต้องหยุดกิจการไป ภาระหลักจึงถูกฝากไว้กับมนุษย์เงินเดือนของเขา

?

การอยู่บ้านเลี้ยงลูกของภรรยาไม่ได้เสียเปล่า จากพรสวรรค์ด้านงานตัดเย็บที่ติดตัวมา เมื่อคุณครูที่โรงเรียนของลูกๆ ได้ขอให้ช่วยทำตุ๊กตาหมีสวมชุดลูกเสื้อให้ เพื่อเป็นของขวัญให้แขกในงานโรงเรียน

?

จากจุดเริ่มต้น จุดไอเดียบรรเจิด สบช่องให้ลองทำตุ๊กตาหมีแต่งตัว มาขายที่โรงเรียนของลูกบ้าง โดยหาซื้ออุปกรณ์สำคัญอย่างตุ๊กตาหมีมาจากสำเพ็ง เพราะเป็นแหล่งใหญ่ แต่พบปัญหาตุ๊กตาหมีไม่สมประกอบพอที่จะเป็นหมีเท็ดดี้แบร์แต่งตัวที่ดูดีได้ ก่อนจะขยับขยายไปจ้างผลิตจากโรงงานเพื่อได้ตุ๊กตาที่สมบูรณ์ต่อไป

?

ถ้ามีแค่ "พรสวรรค์" กับ "ความชอบ" ก็อาจยังเป็นแรงขับไม่หนักพอที่จะทำให้งานอดิเรกยามว่างกลายมาเป็นธุรกิจ แต่สิ่งที่ครอบครัวคนรักเท็ดดี้แบร์มี คือมุมมองของการทำธุรกิจจากผู้นำมากวิสัยทัศน์อย่างพลากร

?

แม้จะเป็นลูกจ้าง แต่เขาก็มีความคิดที่จะเป็นผู้ประกอบการมานาน เมื่อเห็นพรสวรรค์จากภรรยาที่พอจะแปรเป็นตัวเงินได้ ก็เริ่มแสวงหาทางทำให้เป็นธุรกิจได้จริงๆ

?

เขาเริ่มค้นคว้าหาความรู้จากอินเทอร์เน็ต อ่านหนังสือพวกฮาวทู บ่มเพาะความคิดอย่างผู้ประกอบการไปเรื่อยๆ

?

ขณะที่เลือดนักอ่านตัวยง ยังเป็นที่มาของแรงบันดาลใจสำคัญ

?

เขาบอกเราว่า ระหว่างทำงานมีโอกาสเดินทางไปสิงคโปร์ และเจอนิตยสารเท็ดดี้แบร์ในร้านหนังสือที่นั่น นิตยสารของเหล่าสาวกที่คลั่งไคล้หมีเท็ดดี้แบบเป็นจริงเป็นจัง จนทำให้เชื่อว่าวันหนึ่งในไทยก็ต้องสอดรับกระแสนิยมนั้น แม้เวลานั้นเท็ดดี้แบร์ในประเทศไทยยังเป็นของเล่นราคาแพงสำหรับพวกกระเป๋าหนักก็ตามที

?

นอกจากนี้เมื่อกลับมาตีโจทย์กลุ่มคนขาย ผู้เล่นเท็ดดี้แบร์บ้านเรายังน้อยราย โดยเฉพาะคนทำชุดตุ๊กตาหมีเต็มยศ นั่นก็น่าจะเป็นอีกโอกาสสำหรับเวทีของผู้ประกอบการน้องใหม่

?

ส่วนผู้ซื้อ โฟกัสง่ายๆ เริ่มจากลูกค้ากลุ่มของขวัญรับปริญญาก็เหลือแหล่ เพราะประเทศไทยมีงานรับปริญญาทั้งปี

?

"แค่ตลาดกลุ่มงานรับปริญญาก็น่าสนใจแล้วเพราะจัดทั้งปี ที่สำคัญคนทำชุดที่แต่งตัวเต็มยศเหมือนเรายังไม่มีด้วย เราเริ่มลองตลาดด้วยการไปฝากขายตามที่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่นและเกาหลีที่ชอบหมีมาก ตอนนั้นเลือกตลาดเมืองไทย-ภัทร เพราะใกล้บ้าน ตั้งราคาไม่สูงนัก เพราะยังไม่มั่นใจในตัวเอง แต่ก็ขายดีพอตัว ทำส่งครั้งละ 20-30 ตัว อาทิตย์ละ 1 ครั้ง จากนั้นก็เริ่มนำไปขายตามงานรับปริญญา จนช่วงหลังก็มีคนรับซื้อไปขายต่ออีกช่วงหนึ่ง"

?

งานฮอบบี้ที่เริ่มส่อแววโอกาสธุรกิจ ถูกจับมาพัฒนาอีกครั้ง จากสินค้าที่ทำออกมาเป็นหมีผูกช่อ สำหรับของขวัญรับปริญญา ก็ทำออกมาเฉพาะแบบเป็นตัว พร้อมงานรับจ้างผลิตแต่งตัวตุ๊กตาหมีตามสั่ง พลิกคอนเซปต์จากที่คิดจะทำทุกอย่างเกี่ยวกับหมี เช่น ตุ๊กตา เครื่องประดับ ของตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ มาโฟกัสเฉพาะตุ๊กตาหมีแต่งตัวเท่านั้น

?

อาศัยความเชี่ยวชาญด้านงานตัดเย็บ สร้างสรรค์ผลงานที่ประณีตละเอียดลออเสมือนจริง สร้างจุดขายให้กับสินค้าของตนเอง

?

เมื่อวางคอนเซปต์สินค้าที่ชัดเจนขึ้น ก็เหมือนคำประกาศที่จะเดินหน้าธุรกิจนี้อย่างจริงจังแล้ว ครอบครัวคนรักหมี ตอกย้ำความเชื่อมั่นอีกครั้ง ด้วยการสร้างแบรนด์ของตนเองขึ้นมา หลังชิมลางตลาดมาได้ 2-3 ปี

?

"พอเริ่มเปิดหน้าร้าน ก็เลยคิดชื่อแบรนด์ขึ้นมาว่า Four Bears ที่มาจากครอบครัวเรา 4 คน พ่อ แม่ ลูก โดยถือฤกษ์งามยามดีในปี 2002 ซึ่งเป็นปีที่เท็ดดี้แบร์ครบ 100 ปีพอดี"

?

เบื้องหลังกระแสนิยมการให้ของขวัญด้วย "ตุ๊กตาหมีแต่งตัว" มาจากฝีไม้ลายมือที่พวกเขาฝากไว้กับผลงานหลากชิ้น โดยลูกค้ารายย่อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนและนักศึกษา และวัยทำงานส่วนหนึ่ง พึงใจกับการแต่งกายที่สมจริงของหมีน้อย ทั้ง รูปร่าง สี ขนาด การสกรีน หรือการปักโลโก้ กระทั่งเฟอร์นิเจอร์ประกอบ

?

"บางคนก็เลือกเอารูปถ่ายของคนรักในชุดที่ชอบมาให้เราทำ ซึ่งก็พยายามทำออกมาให้เหมือนจริงที่สุด ทั้งเสื้อผ้า ลวดลาย บุคลิกของเจ้าตัว รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องดูให้เหมือน บางทีเขาก็ลงทุนเอาเสื้อตัวจริงมาให้เรา เพื่อให้ได้เนื้อผ้าที่เหมือนของจริงที่สุด เราก็ทำให้ อีกรายชอบแข่งรถมาก แต่เขาไม่ได้ชอบเท็ดดี้แบร์ เขาชอบมิกกี้ เมาส์ ก็เอามิกกี้ เมาส์มาให้เราแต่งตัวเป็นชุดนักแข่งรถเราก็ทำให้เขา นอกจากนี้ก็ยังมีชุดนักเรียน นักศึกษา ชุดเทควันโด หรืออย่างนักกอล์ฟ เราทำละเอียดมากคือมีของตกแต่งเข้าไปด้วย อย่างถุงกอล์ฟ เพื่อให้สมจริงที่สุด"

?

อีกกระแสนิยมก็ต้องตุ๊กตาหมีคู่รักแต่งงาน ที่กลายเป็นแฟชั่นสำหรับงานแต่งงานไปแล้ว ที่ต้องมีตุ๊กตาหมีไปวางเด่น ซึ่งการศึกษาตลาดอย่างต่อเนื่อง และรับฟังเสียงของลูกค้าสม่ำเสมอ ทำให้พัฒนาการของงานรับจ้างผลิตของพวกเขาขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันก็มีหลายพันแบบแล้ว

?

การขยายงานจากแค่รับจ้างผลิตลูกค้ารายย่อย มาเป็นเจาะกลุ่มสินค้าพรีเมียมองค์กร ขยายชื่อเสียงของ Four bears มากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่พวกเขามองเห็นโอกาสจากตลาดนี้ คือความต้องการของกลุ่มลูกค้า ที่ยังไม่มีใครมาตอบสนองได้ดีพอ

?

"ที่ผ่านมาเวลาลูกค้าคอร์ปอเรท ไปสั่งทำของพรีเมียม เขาอาจไม่ต้องการจำนวนที่มากมาย เช่นงานแถลงข่าว 1 งาน ต้องการแค่ 200 ชิ้น แต่เวลาไปสั่งโรงงาน เขาจะไม่รับทำเพราะน้อยไป อย่างน้อยก็ต้อง 500-1,000 ชิ้น หรืออาจรับแต่คิดราคาที่สูงมาก ขณะที่โรงงานตุ๊กตาเองก็จะไม่ชำนาญเรื่องเสื้อผ้า ไม่สามารถระบุให้เป็นตามแบบที่ต้องการได้ เช่นชุดพนักงานที่เหมือนจริง เพราะงานพวกนี้ละเอียด ซึ่งของเราตอบโจทย์ตรงนี้ได้ทั้งหมด เพราะเราชำนาญด้านเสื้อผ้า การตัดเย็บ ที่สำคัญเรารับในวอลุ่มที่น้อย ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล"

?

นั่นเองที่ทำให้ปัจจุบัน Four Bears มีลูกค้าองค์กรยักษ์ใหญ่อยู่มากมาย สร้างรายได้ให้กับพวกเขาอยู่ที่กว่า 40%

?

เมื่อการตอบรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็กลับมาขยายกำลังการผลิต โดยมีพนักงานมาเบาแรง 10 คน แต่ข้อจำกัดของงานแฮนด์เมดยังทำให้ทำชิ้นงานได้ไม่เยอะเท่าที่ควร โดยขึ้นอยู่กับความยากง่ายของชิ้นงาน เช่นชุดเสื้อคอกลม วันละประมาณ 100 ตัว เสื้อโปโล ชุดนักเรียน วันละ 50 ตัว ชุดเจ้าสาวประมาณ 30 ตัว กำลังการผลิตต่อเดือนประมาณ 1,000-2,000 ตัว

?

ราคาขายตั้งแต่ตัวละไม่ถึง 100 บาท จนเป็นหลักพันบาท แล้วแต่ขนาดและดีไซน์ โดยตุ๊กตาคู่ ในชุดแต่งงานอยู่ที่ 2,500 บาทต่อคู่ ส่วนราคาสูงสุดคือพวกหมีขนาดใหญ่ อยู่ที่ประมาณ 8,000 บาท

?

การขับเคลื่อนธุรกิจที่อาศัยความมุ่งมั่นเต็มกำลัง ปูทางอนาคตไว้อย่างมั่นคง

?

พวกเขามองไกลไปยังตลาดสปอร์ต คลับ สนามกอล์ฟ ตามโรงพยาบาล สำหรับของขวัญเยี่ยมคนป่วย รวมไปถึงการเจาะลงไปยังอาชีพต่างๆ ที่ยังมีความต้องการอยู่อีกมาก และการทำชุดประจำชาติขายนักท่องเที่ยวต่อไปด้วย

?

ส่วนการทำงานยังโฟกัสที่ make to order เป็นหลัก แต่พวกเขาก็มองที่จะมีโปรดักท์ของตัวเอง เพื่อรองรับการทำตลาดต่างประเทศในอนาคต โดยในปีนี้พร้อมเปิดตัวเท็ดดี้แบร์ที่ระลึกปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

?

นั่นเป็นครั้งแรกที่ผลิตผลจากงานอดิเรก "Four Bears" จะมีโปรดักท์ที่มีแบรนด์ของตัวเอง

?

จีราวัฒน์ คงแก้ว

?

ลิงก์ข่าว http://www.bangkokbiznews.com/2007/05/01/WW72_7201_news.php?newsid=66863

 
 

เพิ่มเพื่อน